วันอังคารที่ 10 มีนาคม พ.ศ. 2552

ซานติก้าผับมีสิทธิ์ถูกเก็บภาษีย้อนหลัง

หลังจากที่คณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงเรื่องการเสียภาษีสรรพสามิตของ สถานบริการซานติก้าผับได้ส่งข้อสรุปสำนวนและการละเว้นการเก็บภาษีสรรพสามิต สำหรับสถานบันเทิงให้ น.พ.พฤฒิชัย ดำรงรัตน์ รมช.คลัง พิจารณาแล้ว ขั้นตอนหลังจากนี้ก็ขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของ รมว.คลัง ว่าจะสั่งการอย่างไร ทั้งนี้หาก รมช.คลัง ใช้ผลตรวจสอบของคณะกรรมการเป็นหลักในการปฏิบัติงานซาติก้าผับจะต้องเสียภาษี

โดยกรมสรรพสามิตจะต้องจัดเก็บภาษีสถานประกอบการย้อนหลังในอัตราภาษีสถาน ประกอบการประเภทดิสโก้เธคและไนท์คลับร้อยละ 10 ของรายได้รวมและต้องมีการจัดเก็บภาษีย้อนหลัง โดยผู้ที่กระทำผิดจะมีการปรับเบี้ยอีก 2 เท่าของภาษีที่ต้องเสียและผู้ประกอบการจะต้องจ่ายเงินเพิ่มอีกร้อยละ 1.5 ของภาษี อย่างไรก็ตาม ในวันนี้ น.พ.พฤฒิชัย จะแถลงข่าวผลการสอบสวนในเรื่องนี้เวลา 14.00 น.เพื่อความชัดเจนว่าซานติก้าผับจะต้องเสียภาษีหรือไม่

ซานติก้าผับมีสิทธิ์ถูกเก็บภาษีย้อนหลัง

ซานติก้าผับมีสิทธิ์ถูกเก็บภาษีย้อนหลัง

หลังจากที่คณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงเรื่องการเสียภาษีสรรพสามิตของ สถานบริการซานติก้าผับได้ส่งข้อสรุปสำนวนและการละเว้นการเก็บภาษีสรรพสามิต สำหรับสถานบันเทิงให้ น.พ.พฤฒิชัย ดำรงรัตน์ รมช.คลัง พิจารณาแล้ว ขั้นตอนหลังจากนี้ก็ขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของ รมว.คลัง ว่าจะสั่งการอย่างไร ทั้งนี้หาก รมช.คลัง ใช้ผลตรวจสอบของคณะกรรมการเป็นหลักในการปฏิบัติงานซาติก้าผับจะต้องเสียภาษี

โดยกรมสรรพสามิตจะต้องจัดเก็บภาษีสถานประกอบการย้อนหลังในอัตราภาษีสถาน ประกอบการประเภทดิสโก้เธคและไนท์คลับร้อยละ 10 ของรายได้รวมและต้องมีการจัดเก็บภาษีย้อนหลัง โดยผู้ที่กระทำผิดจะมีการปรับเบี้ยอีก 2 เท่าของภาษีที่ต้องเสียและผู้ประกอบการจะต้องจ่ายเงินเพิ่มอีกร้อยละ 1.5 ของภาษี อย่างไรก็ตาม ในวันนี้ น.พ.พฤฒิชัย จะแถลงข่าวผลการสอบสวนในเรื่องนี้เวลา 14.00 น.เพื่อความชัดเจนว่าซานติก้าผับจะต้องเสียภาษีหรือไม่

ซานติก้าผับมีสิทธิ์ถูกเก็บภาษีย้อนหลัง

คาดสรุปผลสอบ ซานติก้า เสียภาษีหรือไม่ภายในเดือนนี้

กระทรวงคลัง 3 มี.ค. - นายสถิตย์ ลิ่มพงศ์พันธ์ รองปลัดกระทรวงการคลัง ในฐานะประธานสอบข้อเท็จจริงกรณีปัญหาซานติก้าผับ กล่าวว่า จากคำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการขึ้นมาสอบสวนเรื่องดังกล่าวยังมีข้อจำกัด 2 ด้านคือ ระยะเวลา 15 วัน เป็นเวลาที่สั้นอาจทำได้ไม่ครอบคลุม อีกทั้งคณะกรรมการที่ตั้งขึ้นมาไม่มีอำนาจเรียกบุคคลภายนอกมาให้ข้อมูลจึง เป็นอุปสรรคต่อการทำงานของคณะกรรมการฯ อย่างไรก็ตาม กรมสรรพสามิตได้ตั้งคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงขึ้นมาอีกชุดหนึ่ง ซึ่งตามกฎหมายของกรมสรรพสามิตสามารถเรียกบุคคลภายนอกมาให้ข้อมูลได้ จึงเป็นสิ่งที่ดีที่มีกรรมการทำงานควบคู่กันสองคณะ

สำหรับข้อมูลที่ คณะกรรมการได้มาเป็นเพียงหลักฐานทางเอกสาร หลักฐานจากสื่อมวลชน และหลักฐานจากพยานบุคคล ซึ่งคาดว่าคณะกรรมการของกรมสรรพสามิตจะสรุปข้อเท็จจริงได้ทั้งหมดภายในสิ้น เดือน มี.ค.นี้ โดยจุดมุ่งหมายเพียงพิจาณาดูว่าซานติก้าผับต้องเสียภาษีหรือไม่ โดยยังไม่มีการพิจาณาไปถึงการปรับระบบการจัดเก็บภาษีสรรพสามิตจากร้านอาหาร หรือผับเทคที่มีการจดทะเบียนในปัจจุบัน

ที่มา : สำนักข่าวไทย

คาดสรุปผลสอบ ซานติก้า เสียภาษีหรือไม่ภายในเดือนนี้

กระทรวงคลัง 3 มี.ค. - นายสถิตย์ ลิ่มพงศ์พันธ์ รองปลัดกระทรวงการคลัง ในฐานะประธานสอบข้อเท็จจริงกรณีปัญหาซานติก้าผับ กล่าวว่า จากคำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการขึ้นมาสอบสวนเรื่องดังกล่าวยังมีข้อจำกัด 2 ด้านคือ ระยะเวลา 15 วัน เป็นเวลาที่สั้นอาจทำได้ไม่ครอบคลุม อีกทั้งคณะกรรมการที่ตั้งขึ้นมาไม่มีอำนาจเรียกบุคคลภายนอกมาให้ข้อมูลจึง เป็นอุปสรรคต่อการทำงานของคณะกรรมการฯ อย่างไรก็ตาม กรมสรรพสามิตได้ตั้งคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงขึ้นมาอีกชุดหนึ่ง ซึ่งตามกฎหมายของกรมสรรพสามิตสามารถเรียกบุคคลภายนอกมาให้ข้อมูลได้ จึงเป็นสิ่งที่ดีที่มีกรรมการทำงานควบคู่กันสองคณะ

สำหรับข้อมูลที่ คณะกรรมการได้มาเป็นเพียงหลักฐานทางเอกสาร หลักฐานจากสื่อมวลชน และหลักฐานจากพยานบุคคล ซึ่งคาดว่าคณะกรรมการของกรมสรรพสามิตจะสรุปข้อเท็จจริงได้ทั้งหมดภายในสิ้น เดือน มี.ค.นี้ โดยจุดมุ่งหมายเพียงพิจาณาดูว่าซานติก้าผับต้องเสียภาษีหรือไม่ โดยยังไม่มีการพิจาณาไปถึงการปรับระบบการจัดเก็บภาษีสรรพสามิตจากร้านอาหาร หรือผับเทคที่มีการจดทะเบียนในปัจจุบัน

ที่มา : สำนักข่าวไทย

สรรสามิตตั้งกก.สอบ'ซานติก้า'อีกชุด คาดได้ข้อสรุปสิ้น มี.ค.

วันนี้(3 มี.ค.) นายสถิตย์ ลิ่มพงศ์พันธ์ รองปลัดกระทรวงการคลัง ในฐานะประธานสอบข้อเท็จจริงกรณีปัญหาซานติก้าผับ เปิดเผยว่า กรณีที่นายพฤฒิชัย ดำรงรัตน์ รมช.คลังสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการขึ้นมาสอบสวนเรื่องดังกล่าวนั้น ยังมีข้อจำกัด 2 ด้านคือ ระยะเวลา 15 วัน ซึ่งเป็นเวลาที่สั้น การพิจารณาอาจทำได้ไม่ครอบคลุม อีกทั้งคณะกรรมการที่ตั้งขึ้นมาไม่มีอำนาจเรียกบุคคลภายนอกมาให้ข้อมูล จึงเป็นอุปสรรคต่อการทำงาน ทั้งนี้ทราบว่ากรมสรรพสามิตได้ตั้งคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงขึ้นมาอีกชุด หนึ่ง ซึ่งตามกฎหมายของกรมสรรพสามิตสามารถเรียกบุคคลภายนอกมาให้ข้อมูลได้ จึงเป็นสิ่งที่ดีที่มีกรรมการทำงานควบคู่กันสองคณะ

นายสถิตย์ กล่าวต่อว่า สำหรับข้อมูลที่คณะกรรมการฯ ได้มาเป็นเพียงหลักฐานทางเอกสาร หลักฐานจากสื่อมวลชน และหลักฐานจากพยานบุคคล ซึ่งคาดว่าคณะกรรมการของกรมสรรพสามิตจะสรุปข้อเท็จจริงได้ทั้งหมดภายในสิ้น เดือน มี.ค.นี้ โดยจุดมุ่งหมายเพียงพิจาณาดูว่าซานติก้าผับต้องเสียภาษีหรือไม่ ยังไม่พิจาณาไปถึงการปรับระบบการจัดเก็บภาษีสรรพสามิตจากร้านอาหาร หรือผับเทคที่จดทะเบียนในปัจจุบัน.
from:www.dailynews.co.th

สรรสามิตตั้งกก.สอบ'ซานติก้า'อีกชุด คาดได้ข้อสรุปสิ้น มี.ค.

วันนี้(3 มี.ค.) นายสถิตย์ ลิ่มพงศ์พันธ์ รองปลัดกระทรวงการคลัง ในฐานะประธานสอบข้อเท็จจริงกรณีปัญหาซานติก้าผับ เปิดเผยว่า กรณีที่นายพฤฒิชัย ดำรงรัตน์ รมช.คลังสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการขึ้นมาสอบสวนเรื่องดังกล่าวนั้น ยังมีข้อจำกัด 2 ด้านคือ ระยะเวลา 15 วัน ซึ่งเป็นเวลาที่สั้น การพิจารณาอาจทำได้ไม่ครอบคลุม อีกทั้งคณะกรรมการที่ตั้งขึ้นมาไม่มีอำนาจเรียกบุคคลภายนอกมาให้ข้อมูล จึงเป็นอุปสรรคต่อการทำงาน ทั้งนี้ทราบว่ากรมสรรพสามิตได้ตั้งคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงขึ้นมาอีกชุด หนึ่ง ซึ่งตามกฎหมายของกรมสรรพสามิตสามารถเรียกบุคคลภายนอกมาให้ข้อมูลได้ จึงเป็นสิ่งที่ดีที่มีกรรมการทำงานควบคู่กันสองคณะ

นายสถิตย์ กล่าวต่อว่า สำหรับข้อมูลที่คณะกรรมการฯ ได้มาเป็นเพียงหลักฐานทางเอกสาร หลักฐานจากสื่อมวลชน และหลักฐานจากพยานบุคคล ซึ่งคาดว่าคณะกรรมการของกรมสรรพสามิตจะสรุปข้อเท็จจริงได้ทั้งหมดภายในสิ้น เดือน มี.ค.นี้ โดยจุดมุ่งหมายเพียงพิจาณาดูว่าซานติก้าผับต้องเสียภาษีหรือไม่ ยังไม่พิจาณาไปถึงการปรับระบบการจัดเก็บภาษีสรรพสามิตจากร้านอาหาร หรือผับเทคที่จดทะเบียนในปัจจุบัน.
from:www.dailynews.co.th

ผลสอบซานติก้า 4 ขรก.กทม.-อดีตผอ.เขตวัฒนาผิด

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้ (6 มี.ค.) คณะกรรมการสอบสวนคดีซานติก้าผับในส่วนของกรุงเทพมหานคร (กทม.) ซึ่งมีนายชาตินัย เนาวภูต ผอ.สำนักการโยธา กทม. เป็นประธานได้สรุปผลการสอบสวนชี้มูลผู้กระทำความผิดพบว่า มีข้าราชการ กทม. กระทำความผิดและมีส่วนเกี่ยวข้องทั้งหมด 5 คน แยกเป็นกลุ่มที่มีความผิดวินัยร้ายแรง 3 คน ได้แก่ หัวหน้าฝ่ายโยธา หัวหน้ากลุ่มงานควบคุมอาคารและนายตรวจ ที่ดำรงตำแหน่งอยู่ในขณะนั้น ซึ่งคณะกรรมการฯ พบว่า มีการก่อสร้างไม่ตรงตามแบบที่ยื่นขออนุญาต และไม่มีการยื่นขอดัดแปลงอาคาร แต่เจ้าหน้าที่ผู้เกี่ยวข้องไม่ทราบ จึงสันนิษฐานได้ว่าไม่ได้เข้าไปตรวจสอบอาคาร

มีรายงานว่า ส่วนกลุ่มข้าราชการที่ถูกชี้มูลความผิดวินัยร้ายแรงมี 2 คน คือ นายสุรเกียรติ ลิ้มเจริญ ผอ.เขตปทุมวันในฐานะอดีต ผอ.เขตวัฒนา และมีคำสั่งให้เข้ามาช่วยราชการในสำนักปลัด กทม. ซึ่งคณะกรรมการเห็นว่าจะต้องมีส่วนรับผิดชอบในฐานะผู้บังคับบัญชา แต่มีเจ้าหน้าที่กลั่นกรองงานจึงเห็นว่ากระทำโดยสุจริต แต่บกพร่องไม่กำกับดูแล และนายตรวจอีกคนที่เป็นผู้เบิกแบบแปลนอาคารซานติก้าไปใช้ในปี 2550 แต่ทำแบบหายและชี้แจงกรรมการว่า ไม่ได้นำแบบแปลนไปใช้ทำอะไร จึงถือว่ามีความบกพรอง

ผู้สื่อข่าวรายงานต่อว่า หลังจากคณะกรรมการสอบสวนคดีซานติก้าผับในส่วนของ กทม. จัดส่งผลสอบให้กับปลัด กทม. แล้ว กทม. จะมีการตั้งคณะกรรมการขึ้นมาพิจารณาโทษความผิดข้าราชการทื้ง 5 คน อีกครั้งหนึ่ง


: