แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ซานติก้าผับ แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ซานติก้าผับ แสดงบทความทั้งหมด

วันอังคารที่ 10 มีนาคม พ.ศ. 2552

ผลสอบซานติก้า 4 ขรก.กทม.-อดีตผอ.เขตวัฒนาผิด

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้ (6 มี.ค.) คณะกรรมการสอบสวนคดีซานติก้าผับในส่วนของกรุงเทพมหานคร (กทม.) ซึ่งมีนายชาตินัย เนาวภูต ผอ.สำนักการโยธา กทม. เป็นประธานได้สรุปผลการสอบสวนชี้มูลผู้กระทำความผิดพบว่า มีข้าราชการ กทม. กระทำความผิดและมีส่วนเกี่ยวข้องทั้งหมด 5 คน แยกเป็นกลุ่มที่มีความผิดวินัยร้ายแรง 3 คน ได้แก่ หัวหน้าฝ่ายโยธา หัวหน้ากลุ่มงานควบคุมอาคารและนายตรวจ ที่ดำรงตำแหน่งอยู่ในขณะนั้น ซึ่งคณะกรรมการฯ พบว่า มีการก่อสร้างไม่ตรงตามแบบที่ยื่นขออนุญาต และไม่มีการยื่นขอดัดแปลงอาคาร แต่เจ้าหน้าที่ผู้เกี่ยวข้องไม่ทราบ จึงสันนิษฐานได้ว่าไม่ได้เข้าไปตรวจสอบอาคาร

มีรายงานว่า ส่วนกลุ่มข้าราชการที่ถูกชี้มูลความผิดวินัยร้ายแรงมี 2 คน คือ นายสุรเกียรติ ลิ้มเจริญ ผอ.เขตปทุมวันในฐานะอดีต ผอ.เขตวัฒนา และมีคำสั่งให้เข้ามาช่วยราชการในสำนักปลัด กทม. ซึ่งคณะกรรมการเห็นว่าจะต้องมีส่วนรับผิดชอบในฐานะผู้บังคับบัญชา แต่มีเจ้าหน้าที่กลั่นกรองงานจึงเห็นว่ากระทำโดยสุจริต แต่บกพร่องไม่กำกับดูแล และนายตรวจอีกคนที่เป็นผู้เบิกแบบแปลนอาคารซานติก้าไปใช้ในปี 2550 แต่ทำแบบหายและชี้แจงกรรมการว่า ไม่ได้นำแบบแปลนไปใช้ทำอะไร จึงถือว่ามีความบกพรอง

ผู้สื่อข่าวรายงานต่อว่า หลังจากคณะกรรมการสอบสวนคดีซานติก้าผับในส่วนของ กทม. จัดส่งผลสอบให้กับปลัด กทม. แล้ว กทม. จะมีการตั้งคณะกรรมการขึ้นมาพิจารณาโทษความผิดข้าราชการทื้ง 5 คน อีกครั้งหนึ่ง


:

ผลสอบซานติก้า 4 ขรก.กทม.-อดีตผอ.เขตวัฒนาผิด

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้ (6 มี.ค.) คณะกรรมการสอบสวนคดีซานติก้าผับในส่วนของกรุงเทพมหานคร (กทม.) ซึ่งมีนายชาตินัย เนาวภูต ผอ.สำนักการโยธา กทม. เป็นประธานได้สรุปผลการสอบสวนชี้มูลผู้กระทำความผิดพบว่า มีข้าราชการ กทม. กระทำความผิดและมีส่วนเกี่ยวข้องทั้งหมด 5 คน แยกเป็นกลุ่มที่มีความผิดวินัยร้ายแรง 3 คน ได้แก่ หัวหน้าฝ่ายโยธา หัวหน้ากลุ่มงานควบคุมอาคารและนายตรวจ ที่ดำรงตำแหน่งอยู่ในขณะนั้น ซึ่งคณะกรรมการฯ พบว่า มีการก่อสร้างไม่ตรงตามแบบที่ยื่นขออนุญาต และไม่มีการยื่นขอดัดแปลงอาคาร แต่เจ้าหน้าที่ผู้เกี่ยวข้องไม่ทราบ จึงสันนิษฐานได้ว่าไม่ได้เข้าไปตรวจสอบอาคาร

มีรายงานว่า ส่วนกลุ่มข้าราชการที่ถูกชี้มูลความผิดวินัยร้ายแรงมี 2 คน คือ นายสุรเกียรติ ลิ้มเจริญ ผอ.เขตปทุมวันในฐานะอดีต ผอ.เขตวัฒนา และมีคำสั่งให้เข้ามาช่วยราชการในสำนักปลัด กทม. ซึ่งคณะกรรมการเห็นว่าจะต้องมีส่วนรับผิดชอบในฐานะผู้บังคับบัญชา แต่มีเจ้าหน้าที่กลั่นกรองงานจึงเห็นว่ากระทำโดยสุจริต แต่บกพร่องไม่กำกับดูแล และนายตรวจอีกคนที่เป็นผู้เบิกแบบแปลนอาคารซานติก้าไปใช้ในปี 2550 แต่ทำแบบหายและชี้แจงกรรมการว่า ไม่ได้นำแบบแปลนไปใช้ทำอะไร จึงถือว่ามีความบกพรอง

ผู้สื่อข่าวรายงานต่อว่า หลังจากคณะกรรมการสอบสวนคดีซานติก้าผับในส่วนของ กทม. จัดส่งผลสอบให้กับปลัด กทม. แล้ว กทม. จะมีการตั้งคณะกรรมการขึ้นมาพิจารณาโทษความผิดข้าราชการทื้ง 5 คน อีกครั้งหนึ่ง


:

วันอังคารที่ 6 มกราคม พ.ศ. 2552

ซินแสเผากระดาษส่งวิญญาณ ซานติก้าผับ

บริเวณซานติก้าผับ ที่เกิดเหตุ ได้มีนายดำรงชัย แท่นศรีเจริญ ซินแสหมอดูอิสระ มาทำพิธีเผากระดาษส่งวิญญาณของผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์ไฟไหม้ครั้งนี้ที่ ด้านหน้าของซานติก้า ผับ ท่ามกลางความสนใจของประชาชนที่อาศัยอยู่ใกล้เคียง ขณะเดียวกันมีญาติ ๆ และเพื่อน ๆ ของผู้เสียชีวิตพากันมาทำพิธีอัญเชิญดวงวิญญาณคนตายเพื่อนำกลับไปบำเพ็ญกุศล ด้วย รวมทั้งมีนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศเดินทางมาดูสถานที่เกิด เหตุพร้อมกับวางดอกไม้ยืนไว้อาลัยให้กับผู้เสียชีวิต

ชี้เป็นประตูเข้าออกของวิญญาณ

นายดำรงชัย กล่าวหลังเสร็จพิธีเผากระดาษส่งวิญญาณว่า ตนเป็นซินแส ดูดวง ดูฮวงจุ้ย เคยดูดวงให้กับนายยงยุทธ ติยะไพรัช และ ส.ส.พรรคไทยรักไทย หลายคนสมัยที่ พรรคไทยรักไทยเป็นแกนนำรัฐบาล วันนี้ตนนำกระดาษมาเผาเพื่อส่งวิญญาณให้กับผู้เสียชีวิตทั้งหมด เพราะถือว่าเป็นวิญญาณที่ยังวนเวียนอยู่ในที่เกิดเหตุ ซึ่งตนคำนวณทางหลักฮวงจุ้ยพบว่า ที่ตั้งของ ซานติก้า ผับ ทำเลไม่ดี เป็นจุดอัปมงคล เป็นประตูทางเข้า-ออกของวิญญาณ สาเหตุที่มีคนตายจำนวนมากน่าจะเป็นวิญญาณเก่าที่วนเวียนเฝ้าอยู่ในที่แห่ง นี้ต้องการให้วิญญาณดวงใหม่มาเฝ้าแทน โดยจะเกิดขึ้นทุกช่วงปีใหม่

แม่ทำพิธีเชิญวิญญาณลูกชาย

ขณะที่ นางอรทัย วิไลลับ อายุ 44 ปี มารดานายมงคล วันบันเทิง อายุ 22 ปี พนักงานบาร์น้ำในซานติก้า ผับ ผู้เสียชีวิต ได้เชิญพระครูสังขลักษณ์ไวย จากวัดอุทัยธาราม ย่านพระรามเก้า มาทำพิธีเชิญวิญญาณลูกชายด้วยการใช้ดินน้ำมันสีเขียวปั้นหุ่นรูปคนแปะกระดาษ เขียนชื่อนายมงคลทำสายสิญจน์คล้องสวดบริกรรมคาถาเรียกวิญญาณเพื่อนำไปบำเพ็ญ กุศลที่วัดอุทัยธาราม
Hotnews_2 ซินแสเผากระดาษส่งวิญญาณ ซานติก้าผับ

ซินแสเผากระดาษส่งวิญญาณ ซานติก้าผับ

บริเวณซานติก้าผับ ที่เกิดเหตุ ได้มีนายดำรงชัย แท่นศรีเจริญ ซินแสหมอดูอิสระ มาทำพิธีเผากระดาษส่งวิญญาณของผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์ไฟไหม้ครั้งนี้ที่ ด้านหน้าของซานติก้า ผับ ท่ามกลางความสนใจของประชาชนที่อาศัยอยู่ใกล้เคียง ขณะเดียวกันมีญาติ ๆ และเพื่อน ๆ ของผู้เสียชีวิตพากันมาทำพิธีอัญเชิญดวงวิญญาณคนตายเพื่อนำกลับไปบำเพ็ญกุศล ด้วย รวมทั้งมีนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศเดินทางมาดูสถานที่เกิด เหตุพร้อมกับวางดอกไม้ยืนไว้อาลัยให้กับผู้เสียชีวิต

ชี้เป็นประตูเข้าออกของวิญญาณ

นายดำรงชัย กล่าวหลังเสร็จพิธีเผากระดาษส่งวิญญาณว่า ตนเป็นซินแส ดูดวง ดูฮวงจุ้ย เคยดูดวงให้กับนายยงยุทธ ติยะไพรัช และ ส.ส.พรรคไทยรักไทย หลายคนสมัยที่ พรรคไทยรักไทยเป็นแกนนำรัฐบาล วันนี้ตนนำกระดาษมาเผาเพื่อส่งวิญญาณให้กับผู้เสียชีวิตทั้งหมด เพราะถือว่าเป็นวิญญาณที่ยังวนเวียนอยู่ในที่เกิดเหตุ ซึ่งตนคำนวณทางหลักฮวงจุ้ยพบว่า ที่ตั้งของ ซานติก้า ผับ ทำเลไม่ดี เป็นจุดอัปมงคล เป็นประตูทางเข้า-ออกของวิญญาณ สาเหตุที่มีคนตายจำนวนมากน่าจะเป็นวิญญาณเก่าที่วนเวียนเฝ้าอยู่ในที่แห่ง นี้ต้องการให้วิญญาณดวงใหม่มาเฝ้าแทน โดยจะเกิดขึ้นทุกช่วงปีใหม่

แม่ทำพิธีเชิญวิญญาณลูกชาย

ขณะที่ นางอรทัย วิไลลับ อายุ 44 ปี มารดานายมงคล วันบันเทิง อายุ 22 ปี พนักงานบาร์น้ำในซานติก้า ผับ ผู้เสียชีวิต ได้เชิญพระครูสังขลักษณ์ไวย จากวัดอุทัยธาราม ย่านพระรามเก้า มาทำพิธีเชิญวิญญาณลูกชายด้วยการใช้ดินน้ำมันสีเขียวปั้นหุ่นรูปคนแปะกระดาษ เขียนชื่อนายมงคลทำสายสิญจน์คล้องสวดบริกรรมคาถาเรียกวิญญาณเพื่อนำไปบำเพ็ญ กุศลที่วัดอุทัยธาราม
Hotnews_2 ซินแสเผากระดาษส่งวิญญาณ ซานติก้าผับ

เหยื่อซานติก้าผับตายอีก 2 ราย ยังไม่สามารถพิสูจน์ศพอีก 13 ราย

กระทรวงสาธารณสุขเผยเหยื่อ “ซานติก้าผับ“เสีย ชีวิตอีก 2 ราย รวมยอดผู้เสียชีวิตเป็น 61 ราย อยู่ห้องไอซียู 26 ราย พร้อมเดินหน้าเจรจาโรงพยาบาลเอกชนเพื่อให้ลดค่าใช้จ่าย ขณะที่ญาติผู้เสียชีวิตยังคงทยอยเข้ารับศพ ระบุขณะนี้ยังเหลือศพที่ไม่สามารถพิสูจน์ได้อีก 13 ศพ…

       นพ.ชาตรี เจริญธีระกุล เลขาธิการสถาบันการแพทย์ฉุกเฉิน กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) เปิดเผยว่า ผู้บาดเจ็บจากเหตุไฟไหม้ซานติก้าผับ ซึ่งพักรักษาในโรงพยาบาลกรุงเทพฯ 2 รายได้เสียชีวิตแล้วเมื่อคืนที่ผ่านมา คือ น.ส.วิภาวรรณ ถนอมปัญญารักษ์ และนายยุทธนา สินไพบูลย์ผล จำนวนผู้เสียชีวิตเพิ่มขึ้นรวมทั้งหมด 61 ราย ยังอยู่ห้องไอซียู 26 ราย
      
       สำหรับค่าใช้จ่ายของผู้ที่รักษาในโรงพยาบาลเอกชนนั้น ตนได้รับมอบหมายจาก นายวิทยา แก้วภราดัย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ให้ประสานความช่วยเหลือ ซึ่ง สธ.จะเป็นตัวกลางประสานกับโรงพยาบาลเอกชนเพื่อต่อรองค่าใช้จ่าย และเรียกร้องให้เจ้าของผับรับผิดชอบ หากไม่ได้ก็ต้องเสนอรัฐบาลชงคณะรัฐมนตรี (ครม.) เพื่อพิจารณา ดังนั้นการดำเนินการจะต้องเป็นขั้นตอน


       
       ด้านฝ่ายประชาสัมพันธ์ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ แจ้งอาการผู้ป่วยจากเหตุการณ์เพลิงไหม้ซานติก้าผับที่ยังพักรักษาตัวอยู่ใน ขณะนี้มี 7 ราย ดังนี้ พักห้องไอซียู ศัลยกรรม ตึกสิรินธร จำนวน 2 รายคือ 1.Mr.KEIICHI WADA อายุ 25 ปี ถูกไฟไหม้ประมาณร้อยละ 60 ได้รับการใส่ท่อหายใจ 2.นายสุทธิรักษ์ สำเร็จประสงค์ อายุ 29 ปี ได้รับการใส่ท่อหายใจ พักที่ตึกจุฬาภรณ์ ชั้น 3 จำนวน 2 คือ 1.นายนิยต ดำรงค์ประภักดิ์ อายุ 31 ปี ได้รับการใส่ท่อหายใจ 2.น.ส.ศิริลักษณ์ อักษรวรรณ อายุ 20 ปี ได้รับการใส่ท่อหายใจ และที่เหลืออีก 3 ราย พักอยู่ที่ตึกมงกุฏเพชรรัตน์ ชั้น 3 จำนวน 3 ราย คือ 1.นายอวิโรจน์ ศิรินทร์วรชัย อายุ 20 ปี ได้รับการใส่ท่อหายใจ 2. น.ส.นลินรัตน์ อิฐธนรักษ์ อายุ 20 ปี 3.นางนภัส ภูมีราม อายุ 32 ปี
      
       สำหรับผู้เสียชีวิตที่รอญาติมาติดต่อขอรับศพจำนวน 6 ราย ทราบชื่อเพียง 1 รายคือ นายธนวัติ พรมยศ ที่เหลือเป็นหญิงไม่ทราบชื่อ-สกุล อีก 5 ราย


       
       ขณะที่เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา พล.ต.ท.บุญเรือง ผลพาณิชย์ ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ในฐานะกำกับดูแลสำนักงานนิติวิทยาศาสตร์ตำรวจ ได้ประชุมร่วมกับพนักงานสอบสวน คดีเพลิงไหม้ซานติก้า ผับ ซอยทองหล่อ พร้อมแนะนำวิธีพิสูจน์เอกลักษณ์บุคคล ซึ่งขณะนี้ยังเหลือที่ยังไม่สามารถระบุชื่อได้อีก 13 คน ซึ่งทั้งหมดถูกไฟเผาจนไหม้เกรียม และยากแก่การตรวจพิสูจน์ จึงจะใช้วิธีการแบบเดียวกับที่ใช้ในเหตุการณ์สึนามิ คือจะเก็บหลักฐานลายนิ้วมือ หลักฐานทางการแพทย์ ควบคู่กับญาตินำหลักฐานของผู้ต้องสงสัยมาตรวจสอบไปพร้อมกัน โดยทำวันต่อวัน มีคณะกรรมการตรวจสอบและอนุมัติการปล่อยศพ ซึ่งมีทั้งหมด 2 รอบต่อวัน เชื่อว่าทั้ง 13 ศพจะสามารถระบุได้ว่าเป็นใครในเร็วๆ นี้ ขณะเดียวกันมีญาติผู้เสียชีวิต ส่วนใหญ่เป็นชาวต่างชาติมาตรวจสอบข้อมูลที่ สน.ทองหล่อติดประกาศไว้ นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่สถานทูตของสิงคโปร์ มาติดต่อสอบถามข้อมูลชาวสิงคโปร์ที่เสียชีวิต และที่ยังสูญหายอีก 1 คน…

เหยื่อซานติก้าผับตายอีก 2 ราย ยังไม่สามารถพิสูจน์ศพอีก 13 ราย

กระทรวงสาธารณสุขเผยเหยื่อ “ซานติก้าผับ“เสีย ชีวิตอีก 2 ราย รวมยอดผู้เสียชีวิตเป็น 61 ราย อยู่ห้องไอซียู 26 ราย พร้อมเดินหน้าเจรจาโรงพยาบาลเอกชนเพื่อให้ลดค่าใช้จ่าย ขณะที่ญาติผู้เสียชีวิตยังคงทยอยเข้ารับศพ ระบุขณะนี้ยังเหลือศพที่ไม่สามารถพิสูจน์ได้อีก 13 ศพ…

       นพ.ชาตรี เจริญธีระกุล เลขาธิการสถาบันการแพทย์ฉุกเฉิน กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) เปิดเผยว่า ผู้บาดเจ็บจากเหตุไฟไหม้ซานติก้าผับ ซึ่งพักรักษาในโรงพยาบาลกรุงเทพฯ 2 รายได้เสียชีวิตแล้วเมื่อคืนที่ผ่านมา คือ น.ส.วิภาวรรณ ถนอมปัญญารักษ์ และนายยุทธนา สินไพบูลย์ผล จำนวนผู้เสียชีวิตเพิ่มขึ้นรวมทั้งหมด 61 ราย ยังอยู่ห้องไอซียู 26 ราย
      
       สำหรับค่าใช้จ่ายของผู้ที่รักษาในโรงพยาบาลเอกชนนั้น ตนได้รับมอบหมายจาก นายวิทยา แก้วภราดัย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ให้ประสานความช่วยเหลือ ซึ่ง สธ.จะเป็นตัวกลางประสานกับโรงพยาบาลเอกชนเพื่อต่อรองค่าใช้จ่าย และเรียกร้องให้เจ้าของผับรับผิดชอบ หากไม่ได้ก็ต้องเสนอรัฐบาลชงคณะรัฐมนตรี (ครม.) เพื่อพิจารณา ดังนั้นการดำเนินการจะต้องเป็นขั้นตอน


       
       ด้านฝ่ายประชาสัมพันธ์ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ แจ้งอาการผู้ป่วยจากเหตุการณ์เพลิงไหม้ซานติก้าผับที่ยังพักรักษาตัวอยู่ใน ขณะนี้มี 7 ราย ดังนี้ พักห้องไอซียู ศัลยกรรม ตึกสิรินธร จำนวน 2 รายคือ 1.Mr.KEIICHI WADA อายุ 25 ปี ถูกไฟไหม้ประมาณร้อยละ 60 ได้รับการใส่ท่อหายใจ 2.นายสุทธิรักษ์ สำเร็จประสงค์ อายุ 29 ปี ได้รับการใส่ท่อหายใจ พักที่ตึกจุฬาภรณ์ ชั้น 3 จำนวน 2 คือ 1.นายนิยต ดำรงค์ประภักดิ์ อายุ 31 ปี ได้รับการใส่ท่อหายใจ 2.น.ส.ศิริลักษณ์ อักษรวรรณ อายุ 20 ปี ได้รับการใส่ท่อหายใจ และที่เหลืออีก 3 ราย พักอยู่ที่ตึกมงกุฏเพชรรัตน์ ชั้น 3 จำนวน 3 ราย คือ 1.นายอวิโรจน์ ศิรินทร์วรชัย อายุ 20 ปี ได้รับการใส่ท่อหายใจ 2. น.ส.นลินรัตน์ อิฐธนรักษ์ อายุ 20 ปี 3.นางนภัส ภูมีราม อายุ 32 ปี
      
       สำหรับผู้เสียชีวิตที่รอญาติมาติดต่อขอรับศพจำนวน 6 ราย ทราบชื่อเพียง 1 รายคือ นายธนวัติ พรมยศ ที่เหลือเป็นหญิงไม่ทราบชื่อ-สกุล อีก 5 ราย


       
       ขณะที่เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา พล.ต.ท.บุญเรือง ผลพาณิชย์ ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ในฐานะกำกับดูแลสำนักงานนิติวิทยาศาสตร์ตำรวจ ได้ประชุมร่วมกับพนักงานสอบสวน คดีเพลิงไหม้ซานติก้า ผับ ซอยทองหล่อ พร้อมแนะนำวิธีพิสูจน์เอกลักษณ์บุคคล ซึ่งขณะนี้ยังเหลือที่ยังไม่สามารถระบุชื่อได้อีก 13 คน ซึ่งทั้งหมดถูกไฟเผาจนไหม้เกรียม และยากแก่การตรวจพิสูจน์ จึงจะใช้วิธีการแบบเดียวกับที่ใช้ในเหตุการณ์สึนามิ คือจะเก็บหลักฐานลายนิ้วมือ หลักฐานทางการแพทย์ ควบคู่กับญาตินำหลักฐานของผู้ต้องสงสัยมาตรวจสอบไปพร้อมกัน โดยทำวันต่อวัน มีคณะกรรมการตรวจสอบและอนุมัติการปล่อยศพ ซึ่งมีทั้งหมด 2 รอบต่อวัน เชื่อว่าทั้ง 13 ศพจะสามารถระบุได้ว่าเป็นใครในเร็วๆ นี้ ขณะเดียวกันมีญาติผู้เสียชีวิต ส่วนใหญ่เป็นชาวต่างชาติมาตรวจสอบข้อมูลที่ สน.ทองหล่อติดประกาศไว้ นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่สถานทูตของสิงคโปร์ มาติดต่อสอบถามข้อมูลชาวสิงคโปร์ที่เสียชีวิต และที่ยังสูญหายอีก 1 คน…